NOVEC-1230 นั้น เป็นสารสะอาดดับเพลิงที่ได้รับการอนุมัติให้สามารถใช้ในการดับเพลิงได้จริง โดยมีมาตรฐานสากลรองรับในเรื่องของการออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ (NFPA 2001 Lasted Edition , เล่มมาตรฐานป้องกันอัคคีภัยของ วสท. ของไทยเราเองก็มีระบุไว้นะจ๊ะ ไม่ธรรมดาใช่มั้ยล๊าาาา)
สารสะอาดดับเพลิง NOVEC-1230 เป็นสารสะอาดที่อาศัยหลักการดับเพลิงโดยการดูดซับพลังงานความร้อนของเชื้อเพลิง จนทำให้เชื้อเพลิงไม่สามารถลุกติดไฟได้อีก จึงมีความปลอดภัยต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก

ข้อดีของสารสะอาดดับเพลิง NOVEC-1230
- ปริมาณออกซิเจนภายในห้องแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจาก NOVEC-1230 อาศัยหลักการดูดซับพลังงานความร้อน ไม่ใช่แทนที่อากาศ หรือ ตัดอากาศ
- ปลอดภัยต่อมนุษย์ตามค่าความเข้มข้นที่มาตรฐานแนะนำ
- ปลอดภัยต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า แผงวงจร หรืออุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูง
- ไม่ทิ้งคราบ , ไม่ต้องเสียเวลาทำความสะอาด
- อนุรักษ์สิ่งแวด ในขณะที่มีความสามารถในการดับไฟสูงงงงงง
สถานที่ที่เหมาะในการติดตั้ง เช่น ห้องไฟฟ้า ห้องควบคุม ห้องที่มีอุปกรณ์มูลค่าสูง ห้องเซิฟเวอร์ Data center ฯลฯ
คุณสมบัติของสารสะอาดดับเพลิง NOVEC-1230
- อาศัยหลักการดูดซับความร้อนของเชื้อเพลิงในการดับเพลิง ทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์
- ค่า Design Concentrate ต่ำ โดยทั่วไปอยู๋ที่ประมาณ 4.2-5.9%
- ค่า NOAEL = 10% ในขณะที่ LOAEL > 10%
- (ช่องว่างระหว่าง ค่าความเข้มข้นในการออกแบบกับค่าความไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์กว้างกว่า FM-200 มาก)
- สาร NOVEC1230 มีค่าครึ่งชีวิต(Half-life)ที่จะอาศัยอยู่ในชั้นบรรยากาศประมาณ 3-5 วัน
- (ในขณะที่ FM-200 มีค่าครึ่งชีวิต(Half-life)ที่จะอาศัยอยู่ในชั้นบรรยากาศประมาณ 30-35 ปี โอ้โหหหหหห)
- ไม่ทำลายโอโซน(Ozone depletion potential = 0 เทียบกับน้ำยา R-12 ที่มีค่าเท่ากับ 1)
- ไม่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก หรือโลกร้อน (Global warminh potential = 1)
- มีพิกัดความดันให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย ทั้งที่เป็นช่วงความดันต่ำ(Low pressure) ความดันใช้งานไม่เกิน 500 psi(34.4 bar)
- และช่วงความดันสูง(High pressure) ความดันใช้งานตั้งแต่ 500 psi(34.5 bar) ขึ้นไป
- ไม่นำไฟฟ้า และหยุดการช็อตของไฟฟ้า(อันนี้ทีเด็ดเลยน้าา เพราะพวกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิดเพลิงไหม้จากการ spark, หรือ Arc flash จะหยุดด้วย เพราะ NOVEC-1230 มีความต้านทานสูงงงง)
- ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่ทำอันตรายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า
- สามารถดับเพลิงได้ทั้งเชื้อเพลิงประเภท A , B และ C
ข้อจำกัดในการออกแบบและติดตั้ง
- พื้นที่ที่ต้องการป้องกัน(Protected area) จะต้องเป็นพื้นที่ปิด(Enclosure) เสมอ
- การเดินท่อและการติดตั้งหัวฉีดสาร(Nozzle) จำเป็นจะต้องทำอย่างระมัดระวัง และต้องผ่านการคำนวณโดยโปรแกรม เพื่อให้แน่ใจว่า สารดับเพลิงจะไม่มีการเปลี่ยนสถานะไป-มา ระหว่างกระบวนการทำงาน
- การออกแบบจะต้องออกแบบให้ระบบฉีดสารตามความเข้นข้นของสารที่ออกแบบไว้น้อยกว่า 95% ภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 วินาที และจะต้องกักเก็บสารไว้ภายในห้องให้ได้อย่างน้อย 10 นาที หรือมากกว่า หากจำเป็น
- จะต้องทำการทดสอบท่อ ด้วยความดันไม่น้อยกว่า 40 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10 นาที โดยหลังจากผ่าน 10 นาทีไปแล้วความดันภายในท่อจะต้องไม่น้อยกว่า 80% ของความดันที่ทดสอบ
- หลังจากติดตั้งทุกอย่างเสร็จแล้ว จะต้องทำการทดสอบรั่วของห้อง(Room integrity test) โดยผู้เชี่ยวชาญและได้รับใบรับรองด้านการทดสอบ เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า สารจะไม่รั่วมไหลออกจากห้องก่อนเวลาอันควร และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน
- ผู้ออกแบบ ติดตั้ง ควรได้รับใบรับรองโดยตรงจากผู้ผลิต เพราะในแต่ละผลิตภัณฑ์จะมีความแตกต่างในการติดตั้งเล็กๆน้อยๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบโดยตรงต่อการดับเพลิง
ถึงแม้จะถูกเรียกว่า สารสะอาดดับเพลิง แล้วนั้น มนุษย์ก็ไม่ควรจะรับสารโดยตรงต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 5 นาทีขึ้นไปตามความเข้มข้นที่แนะนำในการออกแบบ(ระยะเวลาจะลดลงเรื่อยๆ หากค่าความเข้มข้นเพิ่มขึ้นจากที่มาตรฐานระบุไว้)
เพราะถึงแม้เทคโนโลยีจะพัฒนามากเพียงใด สารดับเพลิงที่ปลอดภัยต่อชีวิตมนุษย์มากที่สุดก็ยังคงเป็นน้ำ เช่นเคย
ที่มา
NFPA 2001 Standard on Clean Agent Fire Extinguishing Systems
ปล. แอดฯฝากกดไลค์ กดแชร์เพจและเชิญเพื่อนๆให้หน่อยนะครับ มีเพื่อนร่วมอาชีพเราอีกมากมายที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับระบบดับเพลิงครับ

